GaBBy's profileGiGaBBiO EnTaNiA#14PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    April 17

    สิ่งที่คลาดเคลื่อน

    คนเราทุกคน เมื่อทำอะไรอย่างนึงแล้ว คงจะถูกใจทุกคนไม่ได้ ย่อมมีทั้งคนที่พอใจและไม่พอใจ
     
    แล้วจะต้องทำอย่างไรหากเราต้องการจะแก้ไขสิ่งที่มันผิดพลาดไปแล้ว
     
    ย่อมไม่ใช่การไปบังคับใจของคนที่ไม่พอใจให้กลับมาฟังเราอย่างแน่นอน
     
    เพราะนั่นไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่มันคือการบีบคอให้เค้าฟังเราอย่างเคย ซึ่งไม่ใช่วิสัยมนุษย์
     
    บางครั้งการมาอยู่ห่างๆ เพื่อให้เค้ามีที่ว่างสำหรับหายใจ และคิดอะไรบ้างก็น่าจะดี
     
    หรือจริงๆแล้วคนที่ควรจะเปลี่ยนตัวเองคือเราเอง?
     
    เพราะเราไม่เคยเปลี่ยนแปลงตัวเองมาแต่ไหนแต่ไร แล้วจะเอามาเป็นข้ออ้างได้มั๊ย?
     
    มันเป็นความเข้าใจผิดอย่างช่วยไม่ได้ ที่มันทำให้เราเป็นเช่นนี้
     
    มีคนเคยพูดเอาไว้ว่า "...บางครั้งคนเรา ก็อยากจะมีเวลาคุยกับตัวเองบ้าง โดยไม่อยากให้คนอื่นมายุ่ง..."
     
    เราก็เป็นเช่นนั้นมาหลายครั้งที่ไทย แต่บังเอิญเพื่อนๆที่นี่ยังไม่เคยเจอ พอเจอก็เลยนึกว่าเราไม่พอใจอะไร แต่จริงๆแล้วเราไม่ได้เป็นอะไรจริงๆนะ แล้วก็รู้ตัวด้วยว่าจะเป็นแบบนี้บ่อยๆ แต่ก็ไม่ยักบอกเพื่อนๆที่นี่ให้รับรู้ไว้ก่อน จะได้รับได้ทัน
     
    สิ่งที่คลาดเคลื่อนไปหลายอย่างอาจกลับคืนมาได้ แต่สิ่งที่กลับคืนมาได้ยาก คือความรู้สึกของคนมากกว่า
     
    แต่ถ้าหากถึงเวลาก็อยากให้มันกลับมาเป็นเหมือนเดิมนะ
     
    รู้ตัวแล้วว่าผิด รู้ตัวแล้วว่าไม่ควรทำแบบนี้...ขอโทษจากใจเลย ถ้ามันไม่ได้ทำให้ดีขึ้น ก็ขอนั่งอยู่แถวๆนี้ รอจนกว่ามันจะดีขึ้นแล้วกัน
     
     
     
    April 14

    ตอนที่ 5 Saint Patrick Day และการทำงาน

                กลับมาแว้ววววววว หายไปร่วมเดือน เพราะสนุกสนานกับเพื่อนๆที่นี่รวมถึงการทำงานที่หนักหนาสาหัส จนทำให้ไม่มีแรงเล่าเรื่องที่นี่ให้เพื่อนๆที่ไทยได้ฟัง ก็ต้องกราบขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย

                    ช่วงวันที่ 18 มีนา ที่ผ่านมา ที่แอตแลนต้าเค้ามีงานๆหนึ่ง เหมือนป็นงานเฉลิมฉลองของคนที่นี่กันเค้าเรียกกันว่า Saint Patrick Festival ซึ่งจากการค้นคว้าข้อมูลแล้วพบว่า Saint Patrick นี่อารมณ์เหมือน เป็นเทพเจ้าประจำเมืองของคนไอริช (ประเทศไอร์แลนด์) ซึ่งวันที่ 18 มีนา มันคือวันชาติของไอร์แลนด์ คนไอร์แลนด์ในประเทศอเมริกา ก็จะเฉลิมฉลองกันในเมืองของตัวเอง แตกต่างวันกันไปตามความสะดวกของแต่ละเมือง (คือแต่ละเมืองจะฉลองไม่ตรงกันนั่นแหละ)

                    โดยลักษณะงานจะเป็นสีเขียว คือเป็นสีเขียวจริงๆ เพราะมันคือสีประจำชาติไอร์แลนด์ โดยส่วนใหญ่ก็จะใส่เสื้อผ้าสีเขียวกัน แต่งเป็นทหารบ้าง ราชินีบ้าง นางฟ้าบ้าง ต่างๆกันไปตามรูปร่างและขนาดเสื้อผ้าที่หาได้ แล้วก็จะเป็นงานเฉลิมฉลอง มีเวทีสำหรับเด็กๆ คอนเสิร์ต ขบวนพาเรด สนุกมาก จะขอไล่เป็นส่วนๆไปละกัน เอาเท่าที่ไปมาอ่ะนะ

                    ส่วนเวทีเด็ก จริงๆมันก็ไม่เด็กซะทีเดียวหรอก แต่ส่วนใหญ่ที่เข้ามานั่งดูจะเป็นเด็กๆกัน เพราะที่เวทีนี้จะเน้นความสนุกสนาน มีการเต้นรำของชาวไอริช ซึ่งถ้าใครจำได้ ในหนังเรื่อง เดอะลอร์ดออฟเดอะริง ภาค 1” จะมีฉากนึงเป็นการเต้นของฮอบบิทที่เต้นๆอยู่บนโต๊ะ แล้วเอาส้นรองเท้าบ้าง หัวรองเท้าบ้าง เคาะกับพื้นให้เป็นจังหวะ ลักษณะคล้ายการเต้น แท๊บ เรียกว่าเป็นโชว์ใหญ่กันเลยทีเดียวมีอยู่ 3-4 ชุด ผู้ใหญ่บ้าง เด็กบ้าง ออกมาแสดงความสามารถกัน นอกนั้นก็จะเป็นการเปิดเพลงให้เด็กๆเต้นกัน อารมณ์เหมือนเพลงเด็กอนุบาลของที่นี่ เพราะพอเปิดเพลง เด็กทุกคนตะโกน เฮ้ๆ แล้วก็เต้นตามๆ ก็สนุกสนานดี

                    ส่วนของขบวนพาเรด ก็เป็นการเอารถมาโชว์กัน แต่งให้เท่ๆ สวยๆ กวนตีนๆ บ้าง ไม่ก็เป็นรถแพงๆ เก่าๆ บ้าง หรือไม่ก็โชว์เทคนิคการขับรถ ขับมอเตอร์ไซค์ บ้าง สนุกและตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง ขบวนพาเรดยาวมาก ยืนดูอยู่ร่วม ชั่วโมง อัดวีดิโอมาจนเต็มเมมโมรี่ เสียดายที่เอาให้เพื่อนๆดูได้ลำบากเหลือเกิน แต่ถ่ายรูปมาก็ไม่น้อย เดี๋ยวจะเอาลงให้ดูก็แล้วกัน

                    ส่วนต่อไปคือส่วนสุดท้ายที่ไปดูมา มันคือเวทีคอนเสิร์ต บ้านเราดีๆนี่เอง แต่ทีเด็ดของที่นี่จริงๆคือ เบียร์เขียว ถ้าใครเคยดูหนังเรื่อง “Ladder 49” จะจำได้ มีอยู่ฉากนึงที่ทีมพระเอกกินเบียร์เขียวกัน นั่นแหละ บรรยากาศของเทศกาลนี้แล

               

                    ส่วนข้างบนคือพิมพ์ทิ้งไว้นานแล้ว หลังจากนี้ไปคือเรื่องของงาน ซึ่งเริ่มทำมาได้ประมาณ 3 สัปดาห์แล้ว ซึ่งงานที่ได้ คือร้านพิซซ่า ชื่อร้าน Famous Famiglia (Famiglia เป็นภาษาอิตาลีแปลว่า Family หรือ ครอบครัว นั่นเอง) โดยตำแหน่งที่ได้รับตั้งแต่ครั้งแรกคือ Pizza Man หรือ คนทำพิซซ่านั่นเอง สาธุเถอะ ไม่เคยรู้เรื่องพรรค์นี้แม้แต่แอะเดียว เพิ่งจะมารู้จัก Pepperoni (ไส้กรอกแผ่นบางๆ กลมๆ แดงๆ) ก็ที่นี่แหละ แต่โชคดี คนที่ร้านใจดี สอนวิธีทำให้ทุกอย่าง คนที่สอนมันชื่อ Sax เป็นคนเอธิโอเปีย ตัวสูงๆ หัวฟูๆ แบบว่า ดีใจมากที่เจอเรา มันสอนเราหมดเลย แล้วพูดเร็ว เข้าไปตอนแรกก็อึ้งๆ แต่พอจับทางได้ ก็เริ่มคุยกัน จนซี้เลย เป็นเด็ก แมนฯยูฯ เหมือนกันอีกต่างหาก

                    งานที่ร้านนี้จะแบ่งหลักๆอยู่ทั้งหมด 5 ตำแหน่งด้วยกันคือ Cashier, Pizza Man, Service, Preparation, Lobby ไล่ตามลำดับเลยคือ คนคิดเงิน, คนทำพิซซ่า, คนขาย, งานหลังร้าน, คนทำความสะอาดพื้นที่โต๊ะกินข้าว นอกจากนั้นก็คือจะมี Supervisor 2 คน และ Manager ประจำร้าน 1 คน เพื่อคุม ช่วงเวลางานนั่นเอง โดย ณ ตอนนี้คือ ทำเป็นทุกอย่างแล้วตั้งแต่หน้าร้านจนถึงหลังร้าน และกำลังอยากลองงานต่อไปคือ Cashier นั่นเอง

                    การทำงานจะเหนื่อยมาก เพราะหลังจากปิดร้านทุกวันจะต้องเก็บร้าน ทำความสะอาดทุกอย่าง และเตรียมอาหารเช้า เพื่อให้ทีมตอนเช้าขาย เพราะร้านเปิดตี 5 จะให้มาเตรียมทำตอนเช้ามันไม่ทัน เลยต้องให้กะเย็นเตรียมไว้ ซึ่งโดนงานกะเย็นทุกวันเป็นคนทำบ้าง คนขายบ้าง หลังร้านบ้าง ตามแต่บุญ แต่กรรมจะพาไป แล้วแต่อารมณ์คนคุมกะนั้นว่า อยากให้เราไปทำตรงไหน (อีกนัยหนึ่งคือเป็นพวก มนุษย์อรรถประโยชน์ (Utility Man) นั่นเอง เหนื่อยจริงๆ คือเวลาทำงานตั้งแต่ บ่าย 2 จนถึงปิดร้าน ซึ่งจะอยู่โดยประมาณคือ 4 ทุ่มถึงเที่ยงคืน

    แล้วแต่เวลาของเครื่องบินเที่ยวสุดท้าย ว่าจะลงกี่โมง

                    โดยคร่าวๆ ชีวิตช่วงนี้ก็จะประมาณนี้ ทำงานกลับมา นั่งคุยกับเพื่อนๆ นอน ตี 2-3 ตื่นเที่ยง ไปทำงาน วนเวียนเป็นวงจรอุบาทว์ อยู่เยี่ยงนี้เรื่อยๆไป อ่อ แล้วก็จะมีวันหยุดให้อาทิตย์ละ 2 วัน ก็แล้วแต่ Manager ว่าจะให้เราหยุดวันไหน คือทุกอย่างในร้านนี้ขึ้นอยู่กับ Manager คนเดียวนั่นเอง แต่เรื่องของ ของที่จะขายเนี่ย ทุกๆที่ในร้าน จะมีหนังสือเรียกว่า Recipe Book (อ่านว่า เรซ-ซิ-พี-บุ๊ค) คือมันเป็นหนังสือที่มีทุกอย่างที่ร้านนี้จะต้องทำใส่เอาไว้ ตั้งแต่การเตรียมแป้ง การเตรียมของสด ของไม่สด การทำพิซซ่า การทำขนมปัง อาหารเช้า มีหมด เรียกว่า ต่อให้ Manager ตาย ร้านนี้ก็อยู่ได้ เพราะมีหนังสือเล่มนี้นั่นเอง

                    ก็ขอเล่าคร่าวๆไว้ประมาณนี้ละกัน เพราะนี่ก็ฝืนๆพิมพ์ เหนื่อยมากๆ ยังไงเชื่อว่าทุกคนคงมีโอกาสคุยกันผ่าน MSN ก็คงได้รู้เรื่องราวไปคร่าวๆแล้ว ก็คุยกันทางนั้นน่าจะดีกว่านะ

                    ขอฝากเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่อยากจะฝากซื้อของ ว่า ขอให้ส่งรายชื่อของ รุ่นที่อยากได้ และราคาที่กะประมาณเอาไว้ ผ่านทาง e-Mail มาแต่เนิ่นๆ จะได้ไปหาซื้อเอาไว้ก่อน เพราะทำงานแล้วมีเวลาออกไปเดินห้างน้อยมากๆ จะได้รีบซ้อไว้ก่อน ไม่ต้องไปดิ้นรนหาเอาตอนท้ายๆนะครับ

                    ฝากไว้แค่นี้หละ เจอกันอีกครั้งเมื่อมีแรงพิมพ์ 
                 เอย

    แก๊ป 9:46PM (เวลาไทย) 10.40AM (เวลาแอตแลนต้า)